รีวิว: Tour de France: Unchained สารคดี Netflix
สวัสดีค่ะ💙 กลับมาพบกันกับอิง จาก IngteresThings วันนี้อิงมีเวลาว่างพอดีก็เลยอยากมานั่งพิมพ์บล็อก รีวิวสิ่งที่ได้ไปชมมาใน Netflix แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ซีรีส์ทั่วไป แต่เหมือนเป็นสารคดีติดตามชีวิตนักปั่นในรายการแข่งขันปั่นจักรยาน ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการแข่งขันปั่นจักรยานที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ชื่อว่า “Tour de France” ชื่อเต็มของสารคดีนี้ในเน็ตฟลิกซ์จะใช้ชื่อว่า Tour de France: Unchained
- TL;DR: สรุป รีวิว Tour de France: Unchained
- คะแนนรีวิว
- ประวัติ Tour de France ฉบับรวบรัด
- Tour de France เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1903
- แค่ขาแรงไม่พอ ใจต้องถึง กลยุทธ์ระหว่างทางต้องมา
- Tour de France ในปัจจุบัน
- 21 Stages โหดอะไรขนาดนี้
- รีวิว+ไฮไลท์ในสารคดี Tour de France: Unchained
- ช่วงซีซั่นแรก
- ช่วงซีซั่น 2
- ช่วงซีซั่น 3
- Final Thoughts

เนื่องจากปี 2025 เป็นปีที่อิงเริ่มอินกับจักรยานเสือหมอบด้วย การเริ่มดูรายการนี้ก็เลยคลิกไวแบบไม่คิดไรมาก เพราะตอนแรกจะเอาไว้ดูระหว่างปั่น Spin Bike ในบ้าน เพื่อไม่ให้ระหว่างรอครบเวลาที่ตั้งเป้าไว้มันน่าเบื่อเกินไป
ก่อนหน้าที่จะรู้ว่ามีรายการนี้ใน Netflix…หน้า FYP ของ TikTok นี่แหละทำงานหนักกว่า ตอนนั้นเราก็ค้นหาเกี่ยวกับเสือหมอบไปเรื่อย ๆ หลังจากนั้นพอเรากลับมาหน้าแรก ก็เป็นธรรมดาที่เค้าจะฟีดสิ่งที่เราเพิ่งค้นหาเสร็จไป
คนแรกที่เจอและมาบ่อย ๆ คือ เจ้า Tadej Pogacar (ตอนแรกไม่รู้ว่าเขาตัวตึง แต่คิดแล้วล่ะว่าเลื่อนมาเจอคนนี้บ่อย น่าจะมีของชัวร์) กับอีกคนที่เพิ่งแข่งโอลิมปิกปี 2024 ที่ปารีสเสร็จไป นั่นก็คือ Remco Evenepoel (คนที่ถึงเส้นชัยแบบคนเดียว ไม่มีใครตาม ทุกคนจำได้ไหมมม)
ใช้เวลาไม่นาน แค่อีพีเดียวเท่านั้นแหละ ปรากฏว่าเป็นรายการที่สนุกเกินคาดมากทุกคน ลุ้นสุด ๆ แล้วก็อึ้งในความทนของนักปั่นทุกคนมาก ๆ เป็นนี่คงลงจากจักรยานเสือหมอบแล้วเดิน แต่ละเนินคือสุดเกิน
เกริ่นมาเยอะพอสมควรแล้วล่ะ เดี๋ยวจะออกทะเลซะก่อน เรามาอ่านรีวิวจริง ๆและทำความรู้จักกับ Tour de France ไปด้วยกันดีกว่าเนาะ😀💗
TL;DR: สรุป รีวิว Tour de France: Unchained
คะแนนรีวิว
⭐⭐⭐⭐
4/5 STARS
สนุกดี ตื่นเต้น น่าติดตาม แต่เราอยากเห็นบางมุมเยอะขึ้น เช่น เรื่องโภชนาการของนักปั่น และการฟื้นตัวหลังแข่ง ใครที่อินเรื่องการปั่นจักรยาน ดูยังไงก็ถูกใจ นักปั่นเก่ง ๆ เยอะมาก จักรยานเสือหมอบสวย ๆ เต็มไปหมด
- เหมาะกับคนที่ชอบหรืออินในการปั่นจักรยานเสือหมอบ ดูแล้วสนุกแน่นอน
- เส้นเรื่องสารคดีมีความย่อยง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐานเกี่ยวกับรายการแข่งขัน Tour de France มาก่อน ก็เข้าใจได้ไม่ยาก
- มีไฮไลท์การแข่งขันที่เป็นจังหวะบีบใจให้ลุ้นระทึกอยู่เป็นช่วง ๆ สารคดีจะทำให้เราทั้งฝั่งที่เราดูแล้วมีความสุข กับฝั่งที่เราก็มีความหนักอกหนักใจไปพร้อมกับนักแข่ง ประหนึ่งไปแข่งด้วย
- สารคดีจะพาเราไปทำความรู้จักกับทีมเด่น ๆ ทั้งทีมใหญ่ ทีมเล็ก และนักปั่นเด่น ๆ เยอะมาก รับรองดูจบ เลือกเมนได้แน่นอน
- ดูได้ที่ Netflix: Tour de France: Unchained
ประวัติ Tour de France ฉบับรวบรัด
ก่อนที่เราจะไปถึงรายละเอียดส่วนอื่น เรามาทำความเข้าใจแบบไว ๆ กับรายการแข่งขันปั่นจักรยานระดับโลกอย่าง Tour de France กันก่อนดีกว่าค่ะ เพื่อความอินล้วน ๆ
ทุกกีฬาใช้ความพยายามทั้งนั้น กีฬาปั่นจักรยานก็เช่นกัน แต่ที่เราอึ้งก็คือระยะทางที่ใช้ปั่นในแต่ละ Stage ไม่ใกล้เลยสักนิด แถมมีเนินที่ต้องร้องออกมาว่า
หาาาาาาา เค้าทำได้ไงอ่ะเตง
ในเรื่องความอึดของนักแข่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่เรายกย่องมาก ๆ ทุกคนเก่งกันสุด Endurance เป็นเลิศ นี่เคยลองปั่นขึ้นทางที่เป็นเนินแป๊ปเดียวก็พูดไม่เป็นคำแล้ว แต่นี่นักแข่งเค้าปั่นยาวหลายกิโลเลย นี่ยอดคนหรือยัง
ถ้าทุกคนได้ดำดิ่งไปยังรายละเอียดแต่ละสเตจ บางคนอาจจะมีอุทานออกมาก็ได้ว่า
ป้าดลูกพี่ ขาเฮ็ดจากเหล็กบ่น้อ มาคักแท้
ขอแอบเสริมนิดหน่อยค่ะ อีกจุดที่ดึงดูดสายตาให้ดูจนจบก็คือเรื่องของความสวยของจักรยานเสือหมอบด้วย อยากมีไว้กอดสักคันจริงๆ
เราไปค้นเพิ่ม แต่ละคันที่นักแข่งใช้ ราคาทำอิงตะลึงไปเลย นี่สินะหนึ่งในไอเท็มเสริมความเทพ
Tour de France เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1903
- Henri Desgrange ณ ตอนปี 1903 เขาได้เป็นบรรณาธิการประจำนิตยสารกีฬาฝรั่งเศส L’Auto
- Desgrange ต้องการเพิ่มยอดขายให้กับหนังสือพิมพ์
- ผลเลยออกมาว่า เขาได้จัดการแข่งขันจักรยานทางไกลรอบประเทศฝรั่งเศส
- ตอนนั้นมีทั้งหมด 6 สเตจ ระยะทางรวม 2,428 กิโลเมตร
- สมัยนั้นเรียกว่าความโหดของทางมาครบทุกความยากลำบากทั้งฝุ่นโคลน ถนนลูกรัง ตอนนั้นเกียร์จักรยานยังไม่มาด้วยซ้ำ
- ผู้ชนะคนแรกในรายการแข่งขัน Tour de France คือ Maurice Garin ซึ่งใช้เวลา 94 ชั่วโมง กว่าจะปั่นถึงเส้นชัยที่ปารีส
- หลังจากนั้นรายการแข่งขันปั่นจักรยาน TDF ก็ฮิตมาเรื่อย ๆ กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของประเทศฝรั่งเศสไปเลยจนถึงปัจจุบัน
- รายการ Tour de France จัดเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ท้าทายที่สุด เมื่อเทียบกับอีกสองรายการใหญ่อย่าง Giro d’Italia และ Vuelta a España
- ณ ปัจจุบัน TDF มีการรวมนักแข่งเก่ง ๆ จากทั่วโลกไว้เยอะมาก เรียกได้ว่าหันขวาก็ตัวตึง หันซ้ายก็ขาปั่นไต่เขา
การแข่งขันนี้เป็นทั้งการพิสูจน์ทางด้านจิตใจและร่างกาย เพราะระยะทางโหดมากๆ
ดาวเด่นในรายการ Tour de France มีเยอะมาก ขึ้นอยู่กับว่าเราโฟกัสรูปแบบการแข่งขันแบบไหนมากกว่า เพราะนักปั่นก็มีจุดแข็งที่ทำได้ดีมาก ๆ บางคนเป็น All-rounder ก็มี

ดาวเด่นที่เราเห็นบ่อย ๆ และบางคนที่ดูรายการนี้มาอย่างยาวนานก็จะได้ยินชื่อพวกเขาบ่อยหน่อย เช่น
- Eddy Merckx (จากเบลเยียม) ผู้คว้าแชมป์ 5 สมัย
- Lance Armstrong (แชมป์ทั้งหมด 7 สมัย แต่ถูกถอนคดีโด๊ป)
- Tadej Pogačar และ Jonas Vingegaard เป็นสองคนที่ทำผลงานได้ดี Enemies in Games ตอนดู Netflix มีซีนต้องแข่งกันตลอด เพราะทั้งสองคนเคยได้แชมป์มาแล้ว จึงไม่แปลกที่อยากจะคงความเป็นที่ 1
แค่ขาแรงไม่พอ ใจต้องถึง กลยุทธ์ระหว่างทางต้องมา
จากที่ดูจบ เรารู้เลยว่า แค่ร่างกายพร้อมไม่พอจริง ๆ มีแต่ขา ใจไม่ไปด้วย ก็อาจจะไม่ได้ไปต่อ
ข้อคิดที่ได้จากรายการ Tour de France คือ มีแค่ขากับใจและไปต่อแบบมีกลยุทธ์ ผลอาจจะออกมาดีมากกว่าแค่ขาแรงก็ได้
ระหว่างทางมีทั้งสภาพอากาศที่ท้าทายมากอยู่ นี่ยังไม่รวมอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสเตจ แต่ละเคสคืออาจทำให้คนดูซึมตามนักแข่งได้เลย บางเคสก็หนักหนามากจริง ๆ ต้องไปดูค่ะ
Tour de France ในปัจจุบัน
ณ ปัจจุบันมีรายละเอียดเปลี่ยนไปเยอะถ้าเทียบกับช่วงแรกที่มีการจัดงานค่ะ
- จะจัดทุกปี ช่วงต้นเดือนถึงปลายเดือนกรกฎาคม
- ปกติจะเป็นเสาร์แรกของเดือนกรกฎาคม
- การแข่งขันยาวนานกว่า 23 วัน (ในจำนวน 23 วัน มีวันพักทั้งหมด 2 วัน)
- พูดง่าย ๆ ก็คือ แข่ง 21 สเตจ พัก 2 วัน
- ระยะทางประมาณ 3,000 กว่ากิโลเมตร
ตอนแรกที่ดูใน Netflix จะเป็นซีซั่น 1 และมีการพูดถึง Vingegaard ที่ได้แชมป์ในปี 2022 ซึ่งออร่าเค้ามาดีมากทุกคน แต่พอดูไปเรื่อย ๆ ออร่าของนักแข่งแต่ละคนก็ฉายแสงออกมาในรูปแบบของแต่ละคนเอง
จากที่ดูเส้นทางแต่ละสเตจคือนับถือใจนักแข่งจริง ๆ บางสเตจคือมันไม่ใช่แค่ชัน แต่มันยังร้อนอีก แค่ดูอยู่ที่บ้านยังเหงื่อออกแล้ว
ต่อไปเรามาทำความรู้จักกับสเตจแต่ละที่กันดีกว่า มีไรบ้างนั้น อ่านต่อได้เลย
21 Stages โหดอะไรขนาดนี้
พูดแบบสั้น ๆ ก่อน ไม่ใช่ทุกสเตจจะชันแบบไม่อ่อนโยนขนาดนั้น บางสเตจก็เหมาะกับนักปั่นอีกแบบ บางสเตจเหมาะกับสปรินเตอร์ โดยจะมีทั้ง route ที่เป็น Flat, Hilly, Mountain,และ Time Trial (สเตจไทม์ ไทเอิลหมวกโคตรเท่)
สเตจแต่ละปีไม่เหมือนกัน อย่างปี 2022 ที่ Vingegaard ได้แชมป์ จะเริ่มที่เดนมาร์กแล้วจบที่ฝรั่งเศส
แต่ในปี 2025 สเตจทั้งหมดจัดในประเทศฝรั่งเศส
เดี๋ยวเรื่องสเตจเรามาลงรายละเอียดให้ในบทความหน้านะคะ
รีวิว+ไฮไลท์ในสารคดี Tour de France: Unchained
อันนี้เราขอพูดแบบรวม ๆ ว่าเราชอบและจำอะไรในสารคดีนี้ได้บ้าง

ช่วงซีซั่นแรก
- เหตุการณ์ TDF ปี 2022
- เราชอบที่มีการแข่งขันกันระหว่างทีมใหญ่ชนทีมใหญ่อย่างทีม UAE ที่มี Pogačar ร่วมทีมอยู่ กับอีกทีมคือ Jumbo-Visma ที่มีดาวเด่นอย่าง Vingegaard ทั้งสองแข่งกันดุเดือดมาก ๆ ลุ้นแบบช็อตต่อช็อต ยิ่งช่วงใกล้จบเกม attack จาก Pogacar คือเก่งเกิน
- เราชอบที่สารคดีไม่ได้เน้นแค่สองคนนี้ตลอดทั้งการนำเสนอสารคดี แต่ยังนำเสนออีเว้นต์อื่นที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากแค่ชนะกันแล้วจบ
- มีแทรกนักแข่งคนอื่นเข้ามาด้วย ทำให้เราได้เห็นมุมที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า อ้อออออ คนนี้คิดแบบนี้
- เส้นเรื่องทำให้เรารู้ว่า แค่เก่งไม่พอ นักปั่นยังต้องสู้กับความตึงเครียดภายในทีมให้ดีอีก
- ระหว่างเรื่องเหมือนจะดีก็มีเหตุการณ์ให้เราได้ว้าวตลอด
- และมีโมเมนต์ที่ Vingegaard ชนะแล้วคว้าเสื้อเหลืองมาได้ เรียกว่านี่ก็เป็นไฮไลท์สำคัญเลย
- นอกเหนือจากนั้นเราก็จะเห็นหัวหน้าทีมพยายามวางกลยุทธ์ไปด้วย แม้ไม่ได้ปั่น แต่รู้เลยว่านี่มันงานเครียดสุด ๆ
ช่วงซีซั่น 2
- เป็นเรื่องราวของงาน TDF ปี 2023
- เปิดซีซั่นมาด้วยการสูญเสียนักปั่นไปจากอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขัน
- และในซีซั่นนี้ก็มีการพูดถึงเรื่องการบาดเจ็บของนักปั่นฟอร์มดีอีกคนชื่อ Richard Carapaz
- มีดราม่าเหล่าสปรินเตอร์ระหว่าง Jasper Philipsen กับ Mark Cavendish ซู้ดปากกกกก เพราะว่าทุกคนก็มีแต่ตึง ๆ เนาะ
- ซีซั่นนี้มีความเศร้า และมีความขัดแย้ง แต่สิ่งที่ยังอยู่ตลอดไปคือความกดดันของนักแข่ง
- ดาวเด่นที่เราเห็นบ่อยในซีซั่นนี้น่าจะเป็น Philipsen เพราะไฮไลท์ซีซั่นนี้ส่งมาที่เขาบ่อย และมีการโฟกัสที่สปรินเตอร์เยอะหน่อย
- เป็นอีกปีที่ Jonas ได้แชมป์ GC ต่ออีกเป็นครั้งที่ 2
- และแน่นอนการแข่งขันระหว่าง Tadej กับ Jonas ยังคงไปต่อ
ช่วงซีซั่น 3
- เป็นช่วงงาน TDF 2024
- เป็นซีซั่นที่ชอบที่สุดก็ว่าได้ เพราะนี่แหละคือการที่เราได้เจอนักปั่นหลายคนได้ซีนเท่ ๆ เยอะมาก ๆ
- ชูไฮไลท์ในการปั่นแบบ General Classification ที่มันส์ติ๋ง ๆ และเราได้ดาวเด่นดวงใหม่เพิ่มอีกคนนั้นก็คือ Remco Evenepoel คนเดียวกันกับที่แข่งปั่นจักรยานในงานโอลิมปิก ปี 2024 ในปารีสนั่นแหละทุกคน ที่เคยสร้างโมเมนต์เข้าเส้นชัยแบบไม่มีใครตามของแท้
- เป็นอีกซีซั่นที่เราจะได้เห็นถึงความพยายามของทีมเล็กสู้กับทีมใหญ่ และมีทีมใหม่เปิดตัวอีกเยอะเลย เจ้าใหญ่อย่าง Red Bull และ Decathlon-AG2R ก็มากับเค้าด้วย
- ซีซั่นนี้เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกของ Jonas ด้วย เพราะว่าเค้าได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขัน (ไม่ใช่ในรายการ TDF แต่เป็น Tour of the Basque Country ที่เป็นงานแข่งขันจัดขึ้นก่อนหน้า Tour de France 2024) ต้องพักฟื้น และต้องกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งหลังดีขึ้น
- มีการเน้นนักแข่งอย่าง Mark Cavendish ว่าเค้าชนะได้ครบ 35 สเตจแล้ว ก่อนจะอำลา ซึ่งทำลายสถิติของ Eddy Merckx ที่ 34 สเตจ
- และเจ้าตัวตึงอย่าง Pogi ก็ได้แชมป์ Tour de France ประเภท GC 2024 ไปครอง เป็นนักแข่งที่มั่นใจในตัวเองสูง และทำออกมาได้ดีตามคำพูดดีเลยล่ะ
เสริม: จริง ๆ ในการแข่งขัน Tour de France นั้น ไม่ได้มีแค่เสื้อ Yellow Jersey นะคะ แต่ยังมีปลีกย่อยนิดหน่อย ซึ่งความหมายก็จะมีดังต่อไปนี้
- เสื้อเหลือง (Yellow Jersey): มอบให้แก่นักปั่นที่ทำเวลารวมได้ดีที่สุด (General Classification หรือ GC)
- เสื้อลายจุด (Polka-dot Jersey): สำหรับนักปั่นที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดในประเภทการปั่นขึ้นเขา (King of the Mountains)
- เสื้อเขียว (Green Jersey): สำหรับนักปั่นที่ทำคะแนนรวมสูงสุดในประเภทสปรินต์ (Points Classification)
- เสื้อขาว (White Jersey): มอบให้แก่นักปั่นที่ทำเวลารวมได้ดีที่สุดในหมู่นักปั่นที่มีอายุน้อยกว่า 25 ปี
Final Thoughts
ก็จบไปแล้วนะคะสำหรับการรีวิวสารคดี Tour de France: Unchained บน Netflix
สารคดีทำออกมาได้ดี ไม่น่าเบื่อเลย ซาวด์ประกอบทำให้อินได้ไม่ยาก เนื้อเรื่องดำเนินได้อย่างมีระบบ แต่สิ่งที่เรายังไม่เห็นมากพอในสารคดีนี้คือเรื่องโภชนาการของนักปั่น เราคิดว่าถ้าในซีซั่นหน้าทางผู้จัดใส่ตรงนี้เข้าไปด้วยน่าจะทำให้มิตรรักนักปั่นได้เห็นอีกมุมที่สำคัญไม่แพ้เรื่องทักษะในการปั่น และอาจอินมากกว่าเดิมก็ได้
เราว่าการแข่งขันแบบนี้ไม่ใช่แค่การต้องสู้กับระยะทางที่ยาวไกลหรืออุปสรรคเยอะ แต่ยังต้องสู้กับความคิดความรู้สึกของนักแข่งเอง ไม่ได้สำคัญเสมอไป ว่าคนแรกที่เข้าเส้นชัยคือคนที่เก่งที่สุด (จริง ๆ ก็สำคัญอยู่พี่ ถ้าแกคือความหวังของทีม 5555) แต่ความสำคัญในเชิงจิตใจมันอยู่ที่เราพาตัวเองไปจนจบเส้นทางได้หรือไม่
สุดท้ายนี้ก็ต้องออกปากชมอีกรอบว่านักแข่งทุกคนเก่งมาก ๆ อิงเคยเจอสัมภาษณ์ของ Tadej การซ้อมของเค้าก็โหดมาก ที่อึ้งกว่าคือ resting heart rate ต่ำมาก นี่สินะพลังของคนขาแรง
ถ้ามีซีซั่น 4 อีก ก็บอกเลยว่ารอชมแน่นอน เพราะว่าซีซั่นสามเค้าทำไว้ดีจริง ๆ ค่ะ
ใครอยากลองดูแก้เบื่อ เราว่าสารคดีเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีเลยล่ะ
บาาาาายยยยยยย – IngteresThings